บทที่ 8 ข้าจะไม่มีวันทำผิดอีกครั้ง
เสี่ยวชุยที่กลายมาเป็นแม่นมชุยแล้ว ยิ้มกว้างอย่างยินดี ก่อนจะเดินออกไปจัดการเรื่องสาวใช้ให้ซีเยว่
สาวใช้จากเรือนของถานเหยา มารดาของซีเยว่ไม่น้อยที่ถูกส่งไปให้อยู่ตำแหน่งซักล้าง ไหนจะบ่าวทิ้งของเสียเช่นนาง ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะกลับมาอยู่ตำแหน่งที่ควรจะเป็น เพื่อดูแลคุณหนูของตนอีกครั้ง
ร่างกายของซีเยว่ ที่เพิ่งจะกลับเข้าร่างเดิม ทั้งยังลงเหลือพิษไข้อยู่ภายในร่างกายของนางอีกมาก เพียงครู่เดียวนางก็หลับสนิทอีกครั้ง
เว่ยหมิงที่อยู่ในห้องตำรา ก็เรียกบ่าวคนสนิทที่ไว้ใจได้ของตนให้ไปสืบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับซีเยว่ทั้งหมดอย่างละเอียด เขาหวังว่ายังจะแก้ไขเรื่องราวได้ทัน
ด้วยความฝันเมื่อคืนทำให้เขาหวาดกลัวไม่น้อย เขาเห็นซีเยว่นางถูกแม่นมจินวางยาพิษ จนนางสิ้นลมหายใจ
แม้จะบอกว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน และเรื่องของตระกูลกู้ก็ยังมิได้เกิดขึ้น แต่พอเห็นนางล้มป่วยเกือบจะรักษาชีวิตไว้ไม่รอด ตัวเขาก็เกิดกังวลใจขึ้น
เว่ยหมิงมิได้เห็นซีเยว่นางตายในความฝันเท่านั้น เขายังเห็นถานเหยามาหาเขา พร้อมทั้งร่ำไห้กล่าวโทษที่เขาไม่ดูแลบุตรของนางตามที่ได้รับปากนางไว้
“ท่านพี่ ท่านโหดร้ายเสียเกินเหลือ ท่านปล่อยให้อาเยว่ถูกเลี้ยงดูมาเช่นนี้ได้อย่างไร อู๋ซื่อนางจะมารักบุตรของข้าเช่นบุตรของนางได้อย่างไร ในเมื่อท่านก็รู้ดี ว่านางเกลียดชังข้ามากเพียงใด แล้วนี่ ท่านยังปล่อยให้อาเยว่นางถูกพิษจนตาย” ถานเหยาร่ำไห้เสียแทบจะขาดใจ
“อาเหยา ขะ ข้าผิดไปแล้ว” เว่ยหมิงเอ่ยเสียงสั่น พยายามเดินเข้าไปในร่างของสตรีอันเป็นที่รัก แต่เขาก็ไม่อาจจะจับต้องตัวนางได้
“ในเมื่อตอนนี้ท่านมีโอกาสอีกครั้ง อย่าได้ทิ้งขว้างนางเช่นที่ผ่านมาอีกเล่า มิเช่นนั้น ข้าจะไม่มีวันให้อภัยท่านอย่างเด็ดขาด” ถานเหยาจ้องมองเว่ยหมิงอย่างโกรธเคือง ก่อนที่ร่างของนางจะเลือนหายไป
ตอนนี้เขาไม่อาจจะอ่านรายงานที่นำกลับมาที่จวนได้เลย มัวแต่ครุ่นคิดถึงความฝันของตนอยู่ตลอด
“อาเหยา ข้าจะไม่มีวันทำผิดอีกครั้ง” เว่ยหมิงเอ่ยออกมาอย่างเลื่อนลอย
ตัวเขามีบุตรหญิงชายไม่น้อย ที่เกิดจากอู๋ซื่อมีเพียงเว่ยหลิวชิง บุตรชายของเขาล้วนแต่เกิดจากอนุคนอื่น แม้บุตรของอนุจะถูกเลี้ยงดูมาต่างจากบุตรของภรรยาเอก แต่เขาก็ล้วนรักบุตรทุกคนเท่าเทียมกัน
มีเพียงซีเยว่ที่เขาจะเอ็นดูนางมากกว่าคนอื่นเสียหน่อย ด้วยที่นางสูญเสียมารดาไปตั้งแต่เล็ก เมื่อนางทำผิดเขาล้วนแต่ยอมหลับตาข้าง ไม่ลงโทษนางหนักเช่นที่ควร จนทำให้นางเอาแต่ใจตนเองเพิ่มเข้าไปใหญ่
เรื่องที่อู๋ซื่อบอกว่านางออกไปเที่ยวเล่น ในคราแรกเขาจึงเชื่ออย่างสนิทใจ ไม่ทันได้สืบเรื่องราวให้ดีแต่พอซีเยว่นางเอ่ยพูดเรื่องที่ออกไปซื้อของให้หลิวชิง เขาจึงต้องสืบเรื่องราวดู เพื่อไม่ให้ตนเองโง่เขลาอีกต่อไป
ซีเยว่นางถูกแม่นมชุยปลุกขึ้นมาเพื่อกินมื้อเย็น นางยังต้องดื่มยาที่หมอทิ้งไว้ให้อีกหลายมื้อ ถ้วยยาในมือของแม่นมชุย ที่ส่งกลิ่นไม่น่าดื่มออกมา ทำให้ซีเยว่นางเบือนหน้าหนีอย่างนึกรังเกียจ
“รีบดื่มตอนที่ร้อนเถิดเจ้าค่ะ” แม่นมชุยตักช้อนป้อนยาส่งให้ถึงปากของนาง
“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าดื่มเอง” หากกินทีละช้อนกว่าจะหมดนางคงได้อาเจียนออกมาเสียก่อน ซีเยว่กลั้นใจยกดื่มทีเดียวจนหมด ก่อนจะคว้าน้ำที่มือแม่นมชุยมาดื่มตามลงไปอย่างรวดเร็ว
“น้ำตาลก้อนเจ้าค่ะ” แม่นมชุยป้อนน้ำตาลก้อนให้นางอย่างใส่ใจ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางยิ้มออกมาเล็กน้อย
เพียงการใส่ใจเล็กน้อยเท่านี้ก็ทำให้ซีเยว่นางอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก หากเป็นเมื่อก่อนที่นางล้มป่วยมีแม่นมจินคอยดูแล นางไม่เคยได้กินน้ำตาลก้อนหลังกินยาเลยสักครั้ง
“คุณหนูรองเป็นเพียงบุตรอนุ จะมีน้ำตาลก้อนเหลือเฟือได้อย่างไรเจ้าค่ะ ไว้ครั้งหน้าข้าจะขอฮูหยินนางให้ก็แล้วกัน” นางมักจะถูกแม่นมจินเอ่ยเช่นนี้
จนนางคิดว่า นางถูกบิดาเพิกเฉยไม่ใส่ใจ ด้วยเพียงแค่ตัวนางเป็นบุตรของอนุ
“เป็นหน้าที่ของบ่าวที่ต้องดูแลคุณหนูให้ดี คราวหลังอย่าได้ขอบใจบ่าวอีกนะเจ้าคะ” แม่นมชุยประคองซีเยว่ให้ลงนอน ก่อนจะห่มผ้าให้นางอย่างใส่ใจ
“แม่นม ท่านไปพักเถิด” ซีเยว่เอ่ยบอก เมื่อเห็นว่าแม่นมชุยกำลังปูผ้าที่ข้างเตียงของนาง เพื่อนอนเฝ้า
“บ่าวจะนอนเฝ้าคุณหนูเจ้าค่ะ เผื่อตกดึกมีไข้สูง บ่าวจะได้รู้ได้ทันที”
“อืม...” ซีเยว่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลง
ตอนนี้ภายในเรือนของนางมีบ่าวเข้ามาทำงานอยู่ครบตามเดิมแล้ว แม่นมชุยก็จัดการได้อย่างดี พอได้คนครบก็ไปแจ้งเว่ยหมิงให้รับทราบ โดยไม่ผ่านอู๋ซื่อเลย
ต่อให้อู๋ซื่อจะไม่พอใจ ก็ไม่อาจจะเอ่ยสิ่งใดได้ ในเมื่อเว่ยหมิงเห็นดีเห็นงามด้วยกับเรื่องนี้
“ไม่รู้ว่าท่านพี่เกิดใส่ใจนังเด็กบ้านั้นขึ้นมาได้อย่างไร” นางเอ่ยออกมาอย่างมีโทสะ กับแม่นมจิน
“คงเห็นว่าคุณหนูรองนางไม่สบาย คงทำเพื่อเอาใจนาง แต่หากนางหายดีเมื่อใด นายท่านก็คงละเลยเช่นเดิมเจ้าค่ะ” แม่นมจินเอ่ยเอาใจอู๋ซื่อ
“เหอะ ข้ากลัวว่าจะไม่เป็นเช่นที่เจ้าคิด ดูเหมือนนังซีเยว่ จะฉลาดขึ้นไม่น้อย” เรื่องนี้นางก็ยังไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้างได้ ว่าเหตุใดซีเยว่ถึงได้เปลี่ยนไปมากเพียงชั่วข้ามคืน
